5 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิด เกี่ยวกับการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ ใต้ตา ถือเป็นการฉีดแก้ไขปัญหาร่องใต้ตา ใต้ตาคล้ำลึกที่หลาย ๆ ท่านให้ความสนใจมาก เพราะว่าหลังฉีดเสร็จเห็นผลทันที มีคนทำเยอะ ฟิลเลอร์มีความปลอดภัยสูง

อีกทั้งการ ฉีดฟิลเลอร์ ใต้ตา ไม่ต้องรอเวลาพักฟื้นนานเหมือนการศัลยกรรม ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับ ฟิลเลอร์ใต้ตา บนโลกออนไลน์มีอยู่มากครับ

แต่บางประเด็นที่ผมไปอ่านเจอมา ผมยังเจอเรื่องที่คนไข้เข้าใจผิดเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาอยู่ วันนี้ผมเลยเลือกประเด็นหลักที่น่าสนใจมาทั้งหมด 5 ประเด็น เพราะผมถูกถามมาเยอะมากเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ หลังจากอ่านบทความนี้จบแล้ว มุมมอง และ การตัดสินใจเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์จะเปลี่ยนไปเลยครับ

5 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิด

1. ต้องฉีดฟิลเลอร์เยอะๆ ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดูสวย

อันนี้บอกได้เลยครับว่า “ไม่จริง” เราไม่จำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์เยอะสำหรับบริเวณใต้ตา เพราะเป็นบริเวณที่ไม่ได้กว้างมาก การฉีดเยอะมากเกินไป ก็จะก่อปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง “ฟิลเลอร์เป็นก้อน” ได้อีกด้วย

บางท่านฉีดมาเยอะเกิน เวลายิ้ม แสดงสีหน้า ก็อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ สุดท้ายก็ต้องมาสลายออกไปครับ

ผมแนะนำว่า ในการแก้ไขหนึ่งครั้ง ใช้ฟิลเลอร์ไม่เกิน 1-2 ซีซีเท่านั้น ผมเชื่อว่าแพทย์ที่มีความชำนาญมากพอ จะสามารถแก้ไขปัญหาใต้ตาได้ตรงจุด และ ใช้จำนวนฟิลเลอร์ที่ไม่มากเกินไป

เพราะ ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์ควรเกิดจากการค่อย ๆ เติมตามระยะเวลาที่เหมาะสม จะดูสวย และ เป็นธรรมชาติมากกว่าครับ

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา

เคสนี้ใช้ข้างละครึ่งซีซีครับ ร่องใต้ตาดูจางลงแบบเห็นได้ชัด

รีวิว ฟิลเลอร์ใต้ตา

เคสนี้ใช้ข้างละหนึ่งซีซี เนื่องจากปัญหาถุงใต้ตาค่อนข้างชัดครับ

2. จะใช้ฟิลเลอร์อะไรก็เหมือนกันทั้งหมด

ฟิลเลอร์แท้

ถ้าคุณยังไม่ได้ฉีดฟิลเลอร์ แล้วได้มาอ่านบทความนี้ก่อน ถือว่าโชคดีมาก ๆ ครับ เพราะว่า “ไม่ใช่ทุกฟิลเลอร์ที่เหมาะกับการฉีดบริเวณใต้ตา”

ในที่นี้ผมขอกล่าวถึงแค่ฟิลเลอร์ที่เป็น HA แท้เท่านั้นนะครับ ปัจจุบันฟิลเลอร์ได้ถูกพัฒนามาจากหลายบริษัท ซึ่งแน่นอนครับ ว่าไม่ได้มีแค่ประเภทเดียวแน่นอน

ฟิลเลอร์แต่ละรุ่น แต่ละแบรนด์ ย่อมมีคุณสมบัติ ความเหมาะสมในการแก้ไขเฉพาะจุดที่แตกต่างกันไป สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ผมจะใช้เฉพาะฟิลเลอร์รุ่นที่มีเนื้ออ่อน และ ละเอียดที่สุด

เพราะใต้ตามีการขยับเยอะ การฉีดตัวที่มีน้ำหนักโมเลกุลเยอะ จะทำให้คนไข้หน้าไม่เป็นธรรมชาติ และยังมีโอกาสเป็นก้อนได้ง่ายด้วย

นี่ยังไม่รวมฟิลเลอร์ปลอมที่มีวางจำหน่ายนะครับ พวกนั้นเป็นซิลิโคนเหลว ฉีดไปสุดท้ายก็ต้องไปขูดออก หรือ ผ่าออกครับ ได้ไม่คุ้มเสียแน่นอน

ก่อนตัดสินใจฉีดใต้ตา แนะนำให้พบแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านฟิลเลอร์บริเวณนั้น ๆ และ ศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนเสียเงินไปฉีดครับ

3. จะเติมฟิลเลอร์ใต้ตาใหม่ แต่อันเดิมเป็นก้อน ต้องสลายออกก่อน

ในประเด็นนี้ผมให้สองคำตอบ มีทั้ง จริง และ ไม่จริงครับ

สำหรับคำตอบที่ “จริง” ต้องสลายออกก่อน

สำหรับคนที่ต้องสลายออกก่อน ถึงเติมใหม่ได้ นั้นอาจจะเกิดจาก 2 สาเหตุ อย่างแรกคือ คุณไม่ได้ใช้ฟิลเลอร์แท้ วิธีสังเกตคือ ฉีดฟิลเลอร์มานาน 2 – 3 ปีแล้ว ไม่มีวี่แววจะสลายไป ยังดูเต็มเหมือนเดิม และ เป็นก้อน เป็นลำเห็นชัดบริเวณใต้ตา

ในกรณีนี้ต้องทำการขูดฟิลเลอร์ หรือ ศัลยกรรมผ่าตัดเพื่อนำฟิลเลอร์ปลอมออกก่อนครับ และ รักษาแผลบริเวณนั้นให้หายก่อน ค่อยกลับมาให้ผมประเมินเพื่อเติมฟิลเลอร์ใหม่อีกครั้งครับ

อย่างที่สองคือ ใช้ฟิลเลอร์แท้ แต่ฟิลเลอร์เป็นก้อน มีขนาดใหญ่ มีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหานี้ครับ อาทิเช่น ฉีดผิดชั้น ผิดจุด เลยทำให้เวลายิ้มตัวฟิลเลอร์เหมือนถูกดันออกมา หรือ การใช้ฟิลเลอร์เยอะมากไปเกินความจำเป็น

ชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ไม่เหมาะสมกับบริเวณใต้ตา รวมถึง ไปรับการฉีดจากแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์มากพอ ถ้าฟิลเลอร์เป็นก้อนใหญ่ และ แข็งมากจริง ๆ ก็แนะนำให้สลายก่อนจะดีกว่าครับ

แล้วคำตอบ “ไม่จริง” ไม่ต้องสลายแล้วรอฉีดใหม่ เหมาะกับใครบ้าง

“ฟิลเลอร์เป็นก้อน เติมฟิลเลอร์ได้เลยไม่ต้องรอฟิลเลอร์สลาย” เป็นเทคนิคใหม่ของทาง First Clinic ครับ เหมาะกับคนที่เคยฉีดฟิลเลอร์แท้มาก่อน แต่มีปัญหาฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนชัดเจน เทคนิคนี้ผมเรียกว่า ใช้การปรับนุ่มฟิลเลอร์เก่าก่อน และ ฉีดเติมฟิลเลอร์ใหม่เข้าไป

ข้อดีแรก คือ ไม่ต้องรอระยะเวลาสลายฟิลเลอร์ครับ ซึ่งปกติฟิลเลอร์ใช้เวลาสลายที่ 1 – 2 สัปดาห์ อันนี้สามารถแก้ไขปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน พร้อมเติมฟิลเลอร์ใหม่ในวันนั้นได้เลยครับ

ข้อดีที่สอง คือ ประหยัดฟิลเลอร์ ไม่ต้องเติมฟิลเลอร์ใหม่เยอะ โดยปกติที่ผมแก้ไข จะใช้เพียงแค่ 1 ซีซีเท่านั้น ถือว่าเป็นวิธีการแก้ไขที่ประหยัดทั้งเงิน ทั้งเวลา ไม่ต้องเจ็บตัวหลายครั้งด้วยครับ

4. ถ้าฟิลเลอร์สลายหมด หน้าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

บอกเลยครับว่า “ไม่จริง” สิ่งที่คนไข้ควรรู้อย่างแรกคือ การฉีดฟิลเลอร์มีสองแบบ

อย่างแรกคือ “ฉีดฟิลเลอร์เพื่อการเติมเต็ม” นั้นคือการฉีดฟิลเลอร์บริเวณชั้นตื้น ๆ พวกชั้นไขมัน เทคนิคของผม จะฉีดไขมันทุกชั้นเลยนะครับ ชั้นลึก ชั้นกลาง ชั้นตื้น

แน่นอนว่าชั้นตื้นจะสลายไปเร็วกว่าเพราะมีการขยับเยอะ ส่วนชั้นลึกผลลัพธ์ก็อยู่ได้นานกว่า การที่ผมแก้ไขด้วยวิธีนี้ ฟิลเลอร์ก็จะสลายไปไม่พร้อมกันครับ

อย่างที่สอง “การฉีดฟิลเลอร์เพื่อการปรับโครงสร้าง” เป็นการฉีดเข้าไปบริเวณชั้นกระดูก ฟิลเลอร์จุดนี้อยู่ได้นานกว่าการฉีดบริเวณชั้นตื้น เหมาะกับบริเวณที่ไม่มีการขยับเยอะ อาทิเช่น คาง ขมับ เป็นต้นนะครับ

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะเป็นการฉีดเพื่อการเติมเต็ม แน่นอนว่าตามธรรมชาติของมนุษย์ เรามีการขยับหน้า การแสดงออกทางอารมณ์ วัยที่เพิ่มขึ้น พวกกระดูก และ ไขมันบริเวณใบหน้าของเรา จะมีการบางลงตามธรรมชาติอยู่แล้ว

ซึ่งถ้าให้อธิบายง่าย ๆ ถ้าเรามาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาตอนอายุ 30 ก็จะเหมือนเราลดปัญหาบริเวณใต้ตาไปเหมือนตอนที่อายุ 25 ปี

แก้ตาสองชั้น

ถ้าคำนวณตามอายุฟิลเลอร์แท้ คือใช้เวลา 1 – 2 ปีสลายหมด ตอนที่คุณอายุ 32 ปี และ ไม่มีการเติมฟิลเลอร์ใต้ตาเพิ่มใหม่ ภาพรวมใบหน้าที่ได้ อาจจะเหมือนคุณตอนอายุ 28 – 29 ปี

ฉะนั้น หน้าไม่เป็นเหมือนเดิมถ้าเทียบกับอายุปัจจุบัน และ ความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นหากไม่มีการฉีดฟิลเลอร์ครับ

อ่านต่อ เลิกฉีดฟิลเลอร์แล้วหน้าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไหม?

5. ฟิลเลอร์ช่วยเพียงแค่เติมเต็มริ้วรอย และ ร่องใต้ตาเท่านั้น

คำตอบคือ “ไม่จริงครับ” อันนี้ผมขออ้างอิงจากงานวิจัยนะครับว่า ฟิลเลอร์นอกจากจะช่วยเรื่องการเติมเต็มแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอีกด้วย โดยการผลัก ไฟโบรบลาสต์ (เซลล์ที่รับผิดชอบในการผลิตคอลลาเจน)

อธิบายง่าย ๆ คือ จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen type I) ที่เป็นคอลลาเจนที่มีมากที่สุดในร่างกาย มีประโยชน์ในการช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น และ ความกระชับนั้นเองครับ

อ้างอิงจาก : Fan Y, Choi TH, Chung JH, Jeon YK, Kim S. (2019).  Hyaluronic acid-cross-linked filler stimulates collagen type 1 and elastic fiber synthesis in skin through the TGF-β/Smad signaling pathway in a nude mouse model. Retrieved 10 June 2019 from https://www.jprasurg.com/article/S1748-6815(19)30152-4/fulltext

สรุป

ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง ผมพูดเหมือนเดิมเลยครับ คิดเยอะ ๆ คิดให้ดีก่อน เพราะทุกอย่างคือ เวลา และ เงิน ถ้าเลือกถูกตั้งแต่แรก นอกจากจะเป็นการใช้เงินได้อย่างคุ้มค่า ยังช่วยประหยัดเวลาด้วยครับ

บริเวณใต้ตามีความบอบบางมาก ฉีดไม่ดีแล้วมีปัญหา บางทีก็แก้ไขได้ยาก ฉะนั้น ศึกษาข้อมูล และ ดูรีวิวเยอะ ๆ จนเรามั่นใจในแพทย์ที่เราเลือก หรือ คลินิกที่เลือกใช้บริการครับ ว่าจะสามารถแก้ปัญหาให้เราได้ตรงจุดจริง ๆ

ขอบพระคุณครับ

นพ. ลัทธพล ม้าลายทอง (หมอเฟิสท์)
จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านกระจกตาและแก้ไขสายตา

First Clinic ฟิลเลอร์รอบดวงตา โดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ